อันที่จริงเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเขียนขึ้นมาก็ได้ เพราะสมัยก่อน ๆ เราก็ไม่เคยเจอมากับตนเอง เรื่องที่เพื่อนคนอื่น ๆ ที่ไปแข่งขันตามที่ต่าง ๆ ของภาคเหนือตอนบนเขาเล่าต่อ ๆ กันมา เรื่องที่เด็กมงฟอร์ตไม่ว่าจะไปแข่งที่ไหนมักจะถูกคนอื่นอิจฉาเอา ขัดแข้งขัดขาไปเรื่อย เพราะตัวเราเองไปแข่งที่ไหน ๆ เราก็ไม่ค่อยสนโลกเท่าไหร่ ได้เกียรติบัตรรวมในระดับมัธยมก็เกือบ 70 ใบแล้วมันก็ไม่ได้แข่งได้รางวัลหมด ส่วนใหญ่ก็เข้าร่วมกันทั้งนั้น
จนกระทั่งเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดกับตัวเราเอง (เพิ่งมาเจอก็ชั้น ม.6 นี่แหละ) เมื่อไปแข่งขันตอบปัญหาภูมิสารสนเทศที่จัดโดยคณะสังคมศาสตร์ ภาควิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (คงไม่มีการปกปิดเพราะเราขอประจานโดยตรง) เมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา
เราไปแข่งในนามโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยกับเพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่งซึ่งถือว่าการเรียนของเธอนั้นก็เก่งมากกว่าเราเยอะ สามารถแข่งผ่านรอบปรนัยที่คัดให้เหลือ 10 โรงเรียนได้ ซึ่งอันที่จริงเราสองคนก็ไม่ได้หวังอะไรมากอยู่แล้ว ถ้าได้ก็ได้ ถ้าไม่ได้ก็ไม่ได้
เราแข่งไปเรากติกาเขาก็บอกว่า ตอบถูก +2 ตอบผิด -1 ไม่ตอบ -2 เราก็ตอบถูกบ้างผิดบ้าง จนกระทั่งถึงข้อหนึ่งที่เขาถามถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เพิ่งเกิดกับไต้หวันกับจีน ซึ่งพัดผ่านด้วยความเร็ว 119 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เราเรียกปรากฏการณ์นั้นว่าอะไร เราก็ตอบไปว่า "พายุมรกต" ซึ่งผลที่ได้คือ "ผิด" ซึ่งได้เหตุผลมาว่า เราไม่ได้ตอบว่า "พายุไต้ฝุ่นมรกต" ขณะที่คนอื่นตอบ "ไต้ฝุ่น" ก็ได้คะแนนกันหมด ก็เลยมีการโต้เถียงเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เราก็ยังยืนกรานว่าคำตอบเราถูก เพราะเขาถามชื่อปรากฏการณ์ ซึ่งเป็นคำถามที่แท้จริง ไม่ใช่ลักษณะของพายุ การที่กลุ่มอื่น ๆ ตอบแค่ว่าไต้ฝุ่นแล้วถูกมันก็เหมือนหมายความว่ากลุ่มที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารมาก็เหมือนจะเดาสุ่มตอบได้ เพราะแค่เดา ๆ ไปว่าไต้ฝุ่นก็ได้คะแนนแล้ว ไม่ต้องอ่านกันพอดีข่าวสารทั้งหลาย อีกอย่างคือ ในเมื่อโจทย์เขาบอกว่าพัดเข้าสู่จีนไปด้วย ตอนนั้นมันกลายเป็นดีเปรสชันไปแล้ว จะให้ตอบ "ไต้ฝุ่น" ก็ไม่ถือว่าถูกเสียทีเดียว ดังนั้น ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โง่ไปแล้วหนึ่งข้อ ทั้งครูทั้งนักศึกษาเลย (ใจจริงอยากเชิญ รศ.ดร.สมพงษ์ วิทยศักดิ์พันธุ์ที่เป็นหัวหน้าโครงการ Gifted ไทยภาคเหนือแล้วทำงานอยู่ภาควิชาภาษาไทยตึกข้าง ๆ ที่แข่งพอดีมาตีความคำถามหน่อย พวกกรรมการนักศึกษาพวกนี้จะได้เอ๋อไปเลย ก็เราเป็นเด็ก Gifted ไทยของมงฟอร์ตด้วย ทำไมจะตีความไม่เป็น)
อีกข้อหนึ่งที่เจ็บช้ำใจเป็นอย่างยิ่งคือ ข้อที่ถามว่า "ดาวฤกษ์ที่มวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 30 เท่าเมื่อถึงกาลสุดท้ายแล้วยุบตัว สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นอะไร" เพื่อนเราที่แข่งก็ตอบด้วยความมั่นใจว่า "ดาวนิวตรอน" เพราะเธอเก่งดาราศาสตร์ขนาดเข้ารอบโอลิมปิก ส่วนเราที่พอถูไถก็บอกเธอว่ารูปพื้นหลังที่เขาเอามาซึ่งเป็นรูปหลุมดำเขาต้องเอามาหลอกเราแน่ ๆ เพราะมวลมากกว่าดวงอาทิตย์แค่ 30 เท่าคงไม่มากพอที่จะเป็นหลุมดำหรอก สุดท้ายก็เฉลยออกเป็นหลุมดำ แต่เราทั้งสองคนก็ไม่คัดค้านอะไรแล้วเพราะเห็นจากข้อพายุแล้ว และการกระทำอื่น ๆ ที่เขาแสดงต่อเด็กมงฟอร์ต
เช่นเดียวกัน การพบเจอเด็กมงฟอร์ตของนักศึกษาหลาย ๆ คนกลายเป็นความอิจฉาหมั่นไส้หรืออะไรสักอย่าง พวกประเภทว่า "อุ๊ย มงฟอร์ตหรอ" เดินผ่านไปไม่ไยดี อะไรประมาณนั้น มันเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบเลย เราก็เป็นนักเรียน เรียนก็เรียนเท่าเด็กโรงเรียนอื่น ๆ ทำไมต้องมาลงอะไรก็มงฟอร์ต หรือเด็กมงฟอร์ตไม่ลงคณะสังคมฯ กันหรือไร หรือนึกว่าต้องเห็นมงฟอร์ตในคณะที่ดี ๆ อย่างเดียว มันก็ย่อมไม่ใช่แน่นอน ทุกโรงเรียนก็มีทั้งคนที่มีคุณภาพและคนที่ไม่มีคุณภาพต่างกันไป หรืออิจฉาหรือเปล่าที่เห็นเด็กมงฟอร์ตคว้ารางวัลมาเยอะเหลือเกิน อันนี้เราก็ไม่รู้ แต่เท่าที่รู้ ในสายตาของเราเองเราก็ไม่คิดว่าเด็กที่ไหนมันจะดีกว่ากันหรอก มันก็นักเรียนในระบบการศึกษาที่ล้มเหลวเป็นเวลาหลายปีของไทยเหมือน ๆ กัน ขนาดการศึกษาระดับปริญญายังไม่รับประกันอะไรเลย จบปริญญาตรีในเมืองไทยก็เป็นสิบล้านคนประเทศก็ไม่เห็นเจริญเลย เห็นได้ดุษฎีบัณฑิตกันเยอะแยะไม่เห็นจะทำให้ประเทศเจริญขึ้นเลย แสดงว่าเมืองไทยเราการศึกษามันเจริญหรือเปล่าก็คงพอบ่งบอกได้ชัดเจน
สรุปแล้ว เป็นเด็กมงฟอร์ตมันผิดตรงไหนวะ ทำไมเขม่นกันจัง